Copyright 2020 - ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ชั้น 1 - 4 เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. 10210 โทรศัพท์ 0 2142-1234

ดัชนีคอร์รัปชัน CPI ปี 59 ไทยคะแนนลดจาก 43 ในปี 2558 เหลือ 35 คะแนน แถมอันดับลดลงจากอันดับ 76 ไปอยู่ลำดับที่ 101 แถมอันดับคอร์รัปชันในอาเซียนก็ตกลงกว่า 4 อันดับ เผย 4 ครั้งหลังสุด ปี 2555 ได้ 35 คะแนน ปี 2556 ได้ 35 คะแนน ปี 2557 ได้ 39 คะแนน และปี 2558 ได้ 43 คะแนน โดยปี 2558 ไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 76 จาก 168 ประเทศ
       
       วันนี้ (25 ม.ค.) มีรายงานว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ได้ประกาศค่าคะแนน Corruption Perceptions Index (CPI) ของปี 2559 ในวันพุธที่ 25 มกราคม 2560 นี้ โดยประเทศไทยได้คะแนน 35 จาก 100 คะแนนเต็ม อยู่ที่ 101 จากจำนวน 176 ประเทศ อยู่ในระดับเดียวกันประเทศฟิลิปปินส์ และติมอร์เลสเต ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นอันดับที่ 6 จาก 10 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน รองจากสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
       
       สำหรับค่าคะแนน CPI ของไทยจากแหล่งข้อมูล WEF 4 ครั้งหลังสุด ปี 2555 ได้ 35 คะแนน ปี 2556 ได้ 35 คะแนน ปี 2557 ได้ 39 คะแนน และปี 2558 ได้ 43 คะแนน
       
       โดยปี 2558 ไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 76 จาก 168 ประเทศ ส่วนปี 2557 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 85 จากการจัดอันดับทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 12 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยปี 2558 นั้น เมื่อเปรียบเทียบอันดับเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศไทยมีคะแนนเป็นอันดับที่ 3 รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย
       
       มีรายงานว่า ก่อนหน้านั้นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการให้ค่าคะแนน CPI ที่วัดดัชนีการรับรู้การทุจริตประเทศไทย โดย TI อาศัยข้อมูลจาก 8 แหล่งข้อมูลและในตอนที่ 8 นี้ จะพูดถึงแหล่งข้อมูล WEF World Economic Forum (WEF) หรือสภาเศรษฐกิจโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1971 โดย เคลาส์ มาร์ติน ชวาบ (Klaus Martin Schwab) มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ WEF เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร โดยจะมุ่งเน้นความร่วมมือระหว่างประเทศของผู้นำภาครัฐและเอกชน ทั้งทางด้านการเมือง ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อร่วมกันพิจารณาประเด็นการพัฒนาของโลก ภูมิภาค และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งมีการจัดประชุม ทุกปีที่เมืองดาวอส (Davos) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
       
        ในแต่ละปี WEF ได้เผยแพร่รายงานวิจัยอย่างต่อเนื่องในหัวข้อต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น Global Competitiveness Report, The Inclusive Growth and Development Report, Global Risk Report, Global Gender Gap Report เป็นต้น แต่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International :TI) เลือกที่จะนำรายงานวิจัยของสภาเศรษฐกิจโลกที่ชื่อว่า “รายงานการวัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน (Global Competitiveness Report: GCR)” มาเพื่อใช้ในการคำนวณดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)
       
       รายงานการวัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน (Global Competitiveness Report :GCR) นำเสนอการวัดอันดับความสามารถทางการแข่งขันผ่านตัวชี้วัดที่เรียกว่า Global Competitiveness Index (GCI) ซึ่ง GCI ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากสามารถใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันของแต่ละประเทศได้ นอกจากนี้ยังสามารถชี้ให้เห็นถึงจุดแข็ง-จุดอ่อนของแต่ละประเทศซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นข้อมูลประกอบในการกำหนดแนวทางการพัฒนาทิศทางของนโยบายในภาคส่วนต่างๆ เพื่อยกระดับ ความสามารถในการแข่งขันได้
       
       การจัดทำรายงานการวัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน ดำเนินการรวบรวมข้อมูลด้านต่างๆ ผ่าน “แบบสอบถามความคิดเห็นผู้บริหาร” (Executive Opinion Survey : EOS) ซึ่งถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อสำรวจความ พึงพอใจของนักธุรกิจต่างประเทศ และนักธุรกิจภายในประเทศว่า การประกอบธุรกิจในประเทศเหล่านั้น มีความสะดวก ระดับใด มีปัจจัยใดบ้างที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ หลังจากนั้น แบบสอบถามจะถูกนำไปวิเคราะห์ เพื่อจัดทำดัชนีความสามารถทางการแข่งขัน (GCI) ของแต่ละประเทศและรวบรวมไว้ในรายงานการวัดอันดับ ความสามารถในการแข่งขัน (GCR)
       
       องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) ได้เล็งเห็นความสำคัญของแบบสอบถามความคิดเห็น ผู้บริหารที่รวบรวมโดยสภาเศรษฐกิจโลก เนื่องจากมีข้อคำถามเกี่ยวกับ “ประเด็นการทุจริตคอร์รัปชัน” ซึ่งแสดงถึง สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันในแต่ละประเทศ ดังนั้น ค่าคะแนน CPI ของประเทศไทยในแหล่งข้อมูลนี้ จึงมีการนำข้อมูลที่ปรากฏในแบบสอบถามความคิดเห็นผู้บริหารมาประกอบในการคิดค่าคะแนน CPI ด้วย
       
       สำหรับคำถามเกี่ยวกับประเด็นคอร์รัปชันในแบบสอบถามความคิดเห็นผู้บริหาร ที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาตินำคำตอบที่ได้จากหัวข้อเหล่านี้มาเพื่อคิดคำนวณค่าคะแนน CPI มีดังนี้ 1. หัวข้อ Irregular payment and bribes ถามว่า “ในประเทศของคุณ เป็นเรื่องปกติเพียงใดที่บริษัท จ่ายเงินพิเศษโดยไม่มีเอกสารอ้างอิง หรือจ่ายสินบนที่เชื่อมโยงกับเรื่องต่อไปนี้ 1) การนำเข้า-ส่งออก 2) สาธารณูปโภค เช่น โทรศัพท์และไฟฟ้า 3) การชำระภาษี 4) การทำสัญญาและการออกใบอนุญาต และ 5) ได้รับการตัดสินใจที่เอื้อประโยชน์จากกระบวนการยุติธรรม” 2. หัวข้อ Diversion of public funds ถามว่า “ในประเทศของคุณ การจ่ายโอนเงินทุนของรัฐไปยังบริษัท บุคคลธรรมดาหรือกลุ่มบุคคลที่เป็นผลมาจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงนั้น เป็นเรื่องปกติเพียงใด” 3. หัวข้อ Public trust in politicians ถามว่า “ในประเทศของคุณ คุณจะประเมินจริยธรรมของบริษัท (จริยธรรมในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง และธุรกิจอื่นๆ) อย่างไร”
       
       ในการศึกษาดัชนีการรับรู้การทุจริตสำหรับแหล่งข้อมูลนี้ พบว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย คือ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CHULALONGKORN Business School : CBS) เครือข่ายพันธมิตร (Partner Institute) ทำหน้าที่จัดเก็บแบบสอบถามความคิดเห็นผู้บริหาร (EOS) และ CBS ได้ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช.เป็นอย่างดี
       
       แนวทางการยกระดับค่าคะแนน WEF กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ตอบแบบสอบถามของแหล่งข้อมูลนี้ คือ นักธุรกิจหรือนักลงทุนทั้งของประเทศไทย และต่างประเทศซึ่งประกอบธุรกิจในประเทศไทย ดังนั้น การยกระดับค่าคะแนน CPI ของแหล่งข้อมูลนี้จึงจำเป็นต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับนักธุรกิจที่ประกอบกิจการอยู่ในประเทศไทย ซึ่งการจัดให้มีฐานข้อมูลของภาครัฐที่ดี และสามารถสื่อสารให้แก่นักธุรกิจต่างชาติ ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของการบริหารงานภาครัฐที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ รวมทั้งควรให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียนของนักธุรกิจที่เกิดจากการให้บริการภาครัฐหรือการเรียกรับสินบนจากเจ้าหน้าที่รัฐ และพยายามที่จะแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนให้สำเร็จลุล่วงไปได้ เพื่อแสดงความตั้งใจจริงของหน่วยงานภาครัฐในการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันดังกล่าวด้วย 

 

ที่มา  :  http://www.manager.co.th